ค่าประปาค้างจ่าย 2 เดือนทำไงดี

ค่าประปาค้างจ่าย 2 เดือนทำไงดี
ถ้าจะตอบแบบกำปั้นทุบดิน ก็ต้องไปจ่ายถูกไหมครับ ก็ใช่นะครับถูกต้องแล้วครับ ก็ต้องไปจ่ายแน่นอนการประปาที่ ที่เราใช้บริการอยู่นั้นเองครับ เช่นเคยครับ สำหรับบทความนี้ในโพสต์นี้ครับ ผมใช้คำว่าพูดดี เป็นลักษณะเป็นการเล่าเรื่องมากกว่านะครับ ไม่ใช่เป็นการเขียนเชิงวิชาการ แบบมีสาระ แต่คิดว่าน่าจะมีประโยชน์ กับผู้อ่านบ้าง

ที่มาที่ไปของค่าประปาการจ่าย 2 เดือน ที่มาที่ไปก็มาจาก การที่ บ้าน อาคาร สำนักงาน หรือเป็นโรงงาน ก็แล้วแต่ มีการผูกบัญชีหัก ตัดจ่ายผ่านธนาคารไว้ครับ แล้วเราเองเนี่ยก็แค่ไปขอเขาอยู่ครับ หรือไปเช่าเขาอยู่ ที่นี้ การไปเช่าอยู่บางที ก็อาจจะเช่าช่วงหลายต่อ หลายทอดครับ หรืออาจจะไม่สามารถที่จะหาเจ้าของเดิมได้เลย แน่นอนว่าการทำธุรกรรมต่างก็ต่องยุ่งยาก

นอกจากนี้ ในยุคปัจจุบัน ทุกคนก็น่าจะรู้นะครับว่า ช่วงนี้การที่เราจะต้องเดินทางไปไหนมาไหน เนี่ยค่อนข้างที่จะลำบากในเรื่องของแต่ระบาดของเชื้อโรคก็ดี ซึ่งก็กระทบกับการเดินทางไปไหนมาไหนของเรา ทำให้ลำบากมากกว่าเดิมอีก

และสำหรับคนที่ชอบ ความสะดวกสบาย แบบผมแน่นอนว่า ของเดิมแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว จ่ายผ่านบัญชีธนาคารก็โอเคอยู่แล้ว แต่ปัญหาก็คือว่าสตางค์ในบัญชีหมดสิครับ ทีนี้ เราไม่ได้มีการควบคุม เราไม่ได้มีการตรวจสอบ อยู่ตลอดเวลาเนื่องจากว่าเราเอง ก็เป็นผู้ใช้อย่างเดียวเราก็ไม่รู้แหละจะทำอะไรยังไงแล้วแต่เลย

แต่ในที่สุด ก็ผลักภาระไปไม่ได้สุดท้ายก็กลับมาหาเราอยู่ดีครับ ปัญหาเกิดสิครับ อยู่ๆก็มีบิลแจ้งมาว่ามีการค้างชำระค่าน้ำประปา 2 เดือน แจ้งเตือนก่อนที่จะทำการตัดน้ำ ด้วยอีกต่างหาก เวรแล้วสิครับ ที่แถมมาด้วยก็คือ อยู่กัน 7 คน น้ำใช้กัน เดือนละ สามหมื่น สี่หมื่นลิตร งานเข้าสิครับ ใช้อะไรกันเยอะขนาดนั้น เช็คไปเช็คมา ถังพักน้ำลูกลอยพังครับ น้ำล้นถังครับทุกคน

ก็งานเข้าสิครับ แน่นอนว่าก็ต้องเป็นเรื่องใหญ่เราก็จำเป็นที่จะต้องแก้ปัญหาถูกไหมครับ ที่นี่กลับมาเรื่องค่าน้ำต่อ ด้วยความที่เราชอบความสะดวกสบายถูกไหมครับ เราก็ไม่เคยเจอปัญหา แล้วก็จะต้องแก้ปัญหาแบบนี้นะสิครับ หนีไม่พ้นก็ต้องแก้ปัญหาตรงนี้ให้กับทีมงานหรือคนในครอบครัวให้ได้ครับ ก็เลยเป็นที่มาที่อยากจะมาเล่าครับ

เบื้องต้นเลย ผมก็มีการแจ้งไปยังเจ้าของผู้ที่ให้เราขอเช่าก่อน  ติดต่อได้ ก็แจ้งเขาไปว่ามาบัญชีเดิมที่มีการผูกไว้ตอนนี้เงินในบัญชีของท่านหมดแล้วครับ แล้วปัญหาก็อยู่ที่ว่าทางสำนักงานใหญ่ของผม หรือที่ที่เราอยู่ครับ มันมีแต่ประปานครหลวง ไม่มีประปาส่วนภูมิภาคอีก ก็เป็นปัญหาและอุปสรรคในการจ่ายอีก เพราะว่าอะไร มีคำตอบครับผม

ค่าประปาค้างจ่าย 2 เดือนทำไงดี มีปัญหาที่เราต้องรู้ และแก้เบื้องต้นก่อนเลยตามนี้ครับ

  • เพราะว่าถ้าเกิดประปาค้างจ่ายมากกว่า 2 เดือน สามารถที่จะจ่ายได้ตามเคาน์เตอร์ ต่างสาขาของประปาทั่วไปได้
  • ทุกวันนี้เขามีไลน์แอดครับ เพื่ออำนวยความสะดวก ในการจ่ายผ่าน QR Code สำหรับในไลน์แอดสามารถสมัครได้ง่ายๆครับ ผ่านไลน์ของเรา และก็ทำการกรอกข้อมูลรายละเอียดลงไปครับ เดี๋ยวจะมาเล่าต่อท้ายๆให้ฟัง แต่เราก็ไม่สามารถจ่ายได้ครับ ถึงแม้ว่าเราจะมีการสมัครเข้าใช้งานเรียบร้อยแล้ว แล้วเราก็ได้บาร์โค้ด แล้วด้วยก็ตามครับ เราก็ไม่สามารถที่จะยิงบาร์โค้ดจ่ายได้ ย้ำนะครับเราไม่สามารถจ่ายได้

สาเหตุที่มีปัญหาประมาณ 2 ข้อนี้ล่ะครับที่จะต้องมีการแก้ไข แน่นอนเราต้องไปจ่ายที่สาขาที่ที่เราใช้น้ำประปาของเขาอยู่นะครับ ที่เล่ามาทั้งหมด แก้ปัญหาง่ายๆ ก็คือแค่นี้เราต้องไปจ่ายที่สาขาประปาที่เราใช้บริการอยู่ครับ

แล้วก็มีอีกนิดนึงครับก็คือว่าสำหรับท่านที่จะไปจ่ายค่าน้ำจำว่าท่านต้องเตรียมเงินสดไปเท่านั้นนะครับ เพราะว่ายังไม่มีการให้บริการจ่ายผ่าน QR Code หรือการจ่ายผ่านธนาคารหรือจะเป็นการจ่ายผ่านบัตรเครดิต

โดนมาแล้วครับวันนี้ขอเหล้านิดนึงครับก็คือหลังจากที่ผมเข้าไปติดต่อที่เคาน์เตอร์เรียบร้อยมาม่าไม่สามารถจ่ายได้บัตรทุกอย่างบัตรเครดิตบัตร ATM อะไรก็แล้วแต่นะครับไม่สามารถจ่ายได้รับเงินสดอย่างเดียว แนะนำว่ากลางซอยมีตู้ ATM

พอไปถึงตู้ atm ปรากฏว่าตู้ atm เสียครับวิธีการเสียบบัตรคาไว้ที่รูเสียบบัตรทำให้ตู้ไม่สามารถใช้งานได้ถามคนแถวนั้นบอกปากซอยมีครับ ขับรถไปปากซอยเลี้ยวเข้าจอดอย่างดีหันไปอีกทีกำลังปรับปรุงครับช่างกำลังซ่อมบำรุงอยู่ สุดท้ายผมได้ไปกดตังที่ห้างโลตัสมหาชัย แล้วก็ขับรถวนกลับมาจ่ายค่าน้ำประปาที่ประปาภูมิภาคสาขาสมุทรสาคร ไกลเอาเรื่อง เหมือนกันนะครับ

10 วิธี การใช้น้ำประปาอย่างถูกวิธี
หมั่นตรวจสอบระบบเส้นท่อ ก๊อกน้ำ เครื่องสุขภัณฑ์ อย่าให้แตกรั่ว น้ำที่หยดมาเป็นหยดๆ จะเสียไปโดยเปล่าประโยชน์ บางครั้งถึงวันละ 400 ลิตร หรือ 20 ปี๊บ และบ่อยครั้งที่หยดเร็วต้องเสียน้ำถึงวันละ 3,000 ลิตร หรือ 150 ปี๊บ(3 ลูกบาศก์เมตร)

1.การอาบน้ำ
ควรอาบด้วยฝักบัว หรือใช้ขันตักอาบ จะประหยัดมากกว่าการอาบในอ่างอาบน้ำ อ่างอาบน้ำต้องใช้น้ำมากถึง 110 ลิตร/คน/ครั้ง แต่ถ้าอาบด้วยฝักบัว หรือตักอาบจะใช้เพียง 20 ลิตร/คน/ครั้ง

2.การล้างถ้วยชามภาชนะ
ทุกครั้งที่ล้าง ขอให้เปิดน้ำลงอ่าง แล้วจึงล้าง ถ้าจะให้สะอาดก็ล้าง 2 ครั้งซึ่งจะใช้น้ำ ประมาณ 25 ลิตรเท่านั้น อย่างล้างด้วยวิธีเปิดก๊อกน้ำตลอดเวลา เพราะจะเสียน้ำถึง135 ลิตร ใน 15 นาที

3.การล้างอาหาร ผัก ผลไม้
ควรมีภาชนะรองรับน้ำ เท่าที่จำเป็นในการล้างแต่ละครั้ง แทนการเปิดก๊อกล้างโดยตรง เพราะจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำน้อยกว่า และยังสามารถนำน้ำที่ใช้แล้วไปรดน้ำต้นไม้ ได้อีก

4.การซักผ้า
การซักผ้าแต่ละครั้งควรมีจำนวนมากพอควร เพราะการซักแต่ละครั้งจะสิ้นเปลืองน้ำสูงมาก ขณะซักอย่าเปิดน้ำจากก๊อกลงภาชนะตลอดเวลา เพราะเพียง 20 นาที ท่านอาจเสียน้ำถึง 180 ลิตร การซักผ้าด้วยเครื่องจะใช้น้ำประมาณ 130 ลิตร จึงควรรวบรวมผ้าให้ได้มากพอกับกำลังของเครื่อง

5.การเช็ดถู
ควรตักน้ำใส่ถัง แล้วเอาผ้าหรือเครื่องมือจุ่มลงไป ไม่ควรใช้น้ำจากสายยางโดยตรง เพราะจะเสียน้ำ ถึง 200 ลิตร ใน 5 นาที

6.การรดน้ำต้นไม้
ไม่ควรใช้สายยาง ควรใช้ฝักบัว ในการรดน้ำ จะประหยัดน้ำได้มาก

7.การล้างรถ
ควรใช้ไม้ขนไก่ลูบฝุ่นออกก่อน แล้วจึงล้างรถ โดยรองน้ำใส่ถัง นำมาเช็ดล้างอีกครั้ง ไม่ควรใช้สายยางฉีดล้างโดยตรง จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมาก และยังทำให้รถผุเร็วด้วย

8.ห้องสุขา
ถ้าเป็นห้องน้ำชายอย่างเดียว หรือชายหญิงรวมกัน ควรติดตั้งโถปัสสาวะชาย ไว้ด้วย แยกจากโถอุจจาระ เพราะการใช้น้ำชำระล้างปัสสาวะ จะใช้น้ำน้อยกว่ามาก และโถส้วมแบบตักราด จะสิ้นเปลืองน้ำน้อยกว่า แบบชักโครก หลายเท่า ถ้าจำเป็นต้องใช้ ชักโครก ควรติดตั้งโถปัสสาวะและโถส้วม แยกจากกัน

9.การโกนหนวด
เมื่อโกนหนวดแล้วจึงใช้กระดาษชำระเช็ดออกทีหนึ่งก่อน แล้วจึงใช้น้ำใส่แก้วมาชำระล้างอีกครั้ง ควรล้างมีดโกนโดยการจุ่มล้างในแก้ว หรือขัน จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำน้อยกว่า การล้างโดนตรงจากก๊อก

10.การแปรงฟัน
ควรใช้แก้วหรือขันรองน้ำ เพื่อใช้ในการแปรงฟัน หรือล้างแปรง แต่ละครั้ง ซึ่งจะใช้น้ำ1-2 แก้วก็พอ การแปรงฟันและล้างแปรง โดยตรงจากก๊อก ถ้าเปิดทิ้งไว้จะทำให้สูญเสียน้ำถึง 9 ลิตร ต่อนาที

ต้องขออภัยไว้ถ้าว่าบทความมีคำ หรือมีข้อผิดพลาด ก็ต้องขออภัยไว้ล่วงหน้าเพราะว่าใช้วิธีการพิมพ์ด้วยเสียงครับผม

 

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *