ถึงยุคที่ต้องเลี้ยงปูนา เป็นอาหารกันแล้วครับ

ถึงยุคที่ต้องเลี้ยงปูนา เป็นอาหารกันแล้วครับ

เล่าถึงเมื่อชีวิตคนทำนา สมัยก่อน 10-20 ปีที่แล้ว การดำรงชีพการเลี้ยงชีพ สมัยก่อน สามารถหาอาหารจากภูมิประเทศ หรือจากสภาพแวดล้อมที่อยู่รอบๆตัวเราได้ง่ายๆ ไม่ต้องใช้ความสามารถอะไรมากมายก็สามารถที่จะหาสิ่งต่างรอบตัวมาทำเป็นอาหารได้ เพราะอาหารมีอยู่เต็มไปหมด แค่เดินไป ไม่กี่เก้าก็เจอผัก เจอหญ้าที่สามารถนำมาทำเป็นอาหารได้ มีป่าเล็ก พื้นที่ไม่มีมาก แต่ขอให้เป็นป่า ที่ไม่มีผู้คนเข้าไปยุ่งเกี่ยวมากนัก ในนั้นก็จะมีพืชผักต่างที่จะพอเป็นอาหารให้เราได้เก็บเกี่ยวมาแต่พอกินได้แล้วครับ

ซึ่งต่างจากทุกวันนี้ที่เป็นชื่อเรื่องของเราครับ ถึงยุคที่ต้องเลี้ยงปูนา เป็นอาหารกันแล้วครับ ใช่แล้ว! เรื่องจริงด้วย แล้วก็โด่งดังมากในตอนนี้ ขอยกตัวอย่างข่าวของค่ายดังค่ายหนึ่งครับถึงที่มาที่ไปของการเลี้ยงปูนาที่ทำให้เพื่อนๆ ของผมตอนนี้หันมาลงทุนเลี้ยงปูนากันหลายท่านเลย ผมเองก็อดที่จะไปดูผลงานของเพื่อนไม่ได้ด้วยเช่นกัน ตอนเด็กๆ มีแต่ไปหาตามท้องไร ท้องนา ทุกวันนี้เขาเอามันมาเลี้ยงกันแล้ว แล้วเขาเลี้ยงกันยังไง น่าสนใจใช่ไหมครับ

มิติใหม่ หนุ่มออฟฟิศผันตัวเป็นเกษตรกร เลี้ยงปูนา 6 เดือนปลดหนี้ครึ่งล้าน “ปูนาต่อชีวิต หนุ่มนักการตลาด อดีตพนักงานบริษัท รายได้ลดเพราะโควิด-19 ตัดสินใจลาออก มาเป็นเกษตรกรเลี้ยงปูนาเชิงธุรกิจครบวงจร มีรายได้ 3 ช่องทาง เดือนละ 2-3 แสน 6 เดือนปลดหนี้นอกระบบครึ่งล้าน บุกเบิกแปรรูปปูนามิติใหม่ Sweet crab กินได้ทั้งตัวเป็นเจ้าแรก” เขาโพสต์กัแบบนี้เลยครับ เป็นใครไม่สน เป็นใครไม่อยากลอง

thairath.co.th

4 ข้อควรระวัง ในการเลี้ยงปูนา การเลี้ยงปูนามีสิ่งที่ต้องระวัง ดังนี้ครับ ตามที่คุณต้าเขาบอกนะ

1. การเลือกซื้อพ่อแม่พันธุ์ ให้พิจารณาเลือกซื้อจากฟาร์มที่น่าเชื่อถือ เพื่อให้ได้ปูนาที่มีคุณภาพและนำไปเลี้ยงแล้วไม่ตาย

2. การจัดสภาพบ่อเลี้ยง ต้องให้มีวัสดุและพืชน้ำเพียงพอต่อปริมาณปูนาที่ปล่อยลงไป

3. การอนุบาลลูกปูนา เนื่องจากเป็นวัยที่มีอัตราการตายสูงที่สุด ดังนั้นผู้เลี้ยงต้องมีความเข้าใจในหลักการจัดสภาพแวดล้อมของปูนาวัยนี้เป็นอย่างดี

4. การเฝ้าสังเกตปูนาลอกคราบ หลังจากที่ลอกคราบเสร็จ ปูนาจะใช้เวลา 1-2 วันในการพักให้ตัวกลับมาปกติ หากพบปูเพิ่งลอกคราบ ให้แยกไว้ หรือหาวัสดุครอบ เพื่อป้องกันปูตัวอื่นๆ มาทำร้าย เพราะสภาพร่างกายยังเป็นตัวนิ่ม ไม่สามารถป้องกันตัวได้

ผมเอาวิธีการการเลี้ยงปูนาในบ่อซีเมนต์เลี้ยงที่สามารถได้ทั้งในบ่อกลมและบ่อสี่เหลี่ยมผืนผ้ามาฝากครับ เอาของเขามาเล่าอีกทีเด้อครับ ข้อดีของการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์ก็คือ ดูแลง่ายปูนาไม่ไต่หนีใช้พื้นที่ไม่มากมีแค่พื้นที่เล็กๆ ก็สามารถเพาะเลี้ยงได้แล้วคับ

การเลี้ยงปูนาในบ่อดิน
สำหรับการเลี้ยงปูนาในบ่อดิน ค่าใช้จ่ายจะมากกว่าการเลี้ยงในบ่อซีเมนต์และก็ต้องมีพื้นที่เพื่อที่จะขุดบ่อเพราะพื้นที่ในการเลี้ยงปูนาแบบบ่อดินนั้น ต้องมีอวนมุ้งตาถี่ล้อมรอบบ่อเพื่อป้องกันปูนาไต่หนี แต่ข้อสำคัญของบ่อเลี้ยงปูนาแบบในบ่อดินคือ ประมาณ 3ใน4 ของพื้นที่ของบ่อดินควรเป็นดินสูงประมาณ 30 เซนติเมตร เพื่อให้ปูนาได้ขุดรูอยู่ด้วย ส่วนที่เป็นพื้นที่ดินนี้จะลาดเข้าหาอีกส่วนหนึ่งที่เป็นน้ำ

เคล็ดลับการเลี้ยง

  • สำหรับท่านที่เลี้ยงในบ่อปูนกลมหรือสี่เหลี่ยมที่มีความกว้าง 2เมตรยาว 3 เมตร สูง 1 เมตร ให้หาท่อพีวีซี จำนวน 2 ท่อ มาใส่ไว้ในบ่อเพื่อทำเป็นที่ระบายน้ำออกจากบ่อด้วย
  • ในกรณีที่ทำบ่อใหม่ให้ใส่น้ำลงไปเพื่อลดความเค็มจากปูนซีเมนต์ในบ่อแช่น้ำไว้ประมาณ 1-2 วันแล้วถ่ายน้ำออก ใส่ต้นกล้วยลงไปแช่น้ำในบ่อทิ้งไว้ประมาณ 7-10 วัน ใส่เกลือสินเทาลงไปในบ่อด้วยก็ได้คับ หรือน้ำส้มสายชูประมาณ 2-3 ถ้วย แล้วถ่ายน้ำทิ้ง
  • หลังจากนั้นให้นำดินมาใส่ลงไปในบ่อปูนให้มีความสูงประมาณ 20-30 เซนติเมตร หรือใส่ได้ตามปริมาณของบ่อหรือสภาพพื้นที่
  • ควรตั้งบ่อไว้ในที่ร่มเพราะปูนาไม่ชอบอากาศที่ร้อน ถ้าอากาศร้อนมากๆจะทำให้ปูตายได้แต่ถ้าไม่มีที่ร่มก็ให้ทำตาข่ายพรางแสงหรือหลังคาใส่ตรงบ่อ
  • ใส่ท่อหรือแผ่นกระเบื้อง,อิฐบล๊อคเพื่อให้ปูจะได้มีแหล่งที่ซ่อนตัวและหลบภัยเพราะว่าปูนานั้นมีนิสัยชอบทำร้ายกันเอง
  • ทำตาข่ายปิดปากบ่อเพื่อป้องกันไม่ให้ปูปีนหนี

สำหรับการเตรียมบ่อเลี้ยงปูนาในบ่อดิน

  • หากท่านใดมีบ่อเก่าที่เคยใช้งานมาก่อนแล้วเช่นเคยขุดบ่อเลี้ยงกบหรือเลี้ยงปลาก่อนหน้านั้นก็สามารถนำมาเลี้ยงปูนาได้โดยไม่ต้องขุดบ่อใหม่ จัดการบ่อให้มีสภาพแวดล้อมเลียนแบบธรรมชาติมากที่สุด เช่นปลูกข้าว,ผักบุ้ง,หญ้า,จอกแหน,สาหร่าย ปูนาจะได้มีแหล่งอาหารทางธรรมชาติและก็จะได้เป็นที่หลบซ่อนของปูได้อีกด้วย
  • ใส่น้ำที่ใส่ดินโคลนลงไปแล้วประมาณ 30 เซนติเมตร

วิธีการเลี้ยงและดูแลปูนาที่อยู่วัยเจริญพันธ์ุและลูกปู

  • ปูนาจะผสมพันธ์ุกันในช่วงฤดูฝน แม่ปู 1 ตัวจะมีไข่ประมาณ 500-700 ฟอง ดังนั้นปูนา 1 ตัวจะออกลูกได้ประมาณ 500-700 ตัว
  • การเจริญพันธ์ุปูนาจะใช้เวลาประมาณ 6-8 เดือนจึงจะโตเต็มที่
  • กรณีที่ลูกปูเริ่มตั้งแต่นำเลี้ยงใส่ในบ่อ ให้อาหารโดยลูกปูที่มีช่วง 15 วันแรกควรให้ไรแดง,หนอนแดง,เทา หรือไข่ตุ๋น กินเป็นอาหาร
  • หลัง 15 วันให้ปลาสับหรือกุ้งฝอย,อาหารเม็ดที่ใช้เลี้ยงลูกปลาดุก
  • เมื่อลูกปูมีอายุได้ 30 วันก็สามารถนำไปปล่อยเลี้ยงในบ่อดินหรือบ่อปูนเพื่อให้มีขนาดโตเต็มวัย
  • ถ้ามีเนื้อที่ ที่ทำเป็นบ่อดินหรือบ่อปูนที่มีขนาดใหญ่สามารถปล่อยลงเลี้ยงได้ทีละปริมาณ 10,000 ตัวต่อเนื้อที่ 1 ตารางเมตร
  • ปูนามีการลอกคราบเหมือนสัตว์น้ำชนิดเดียวกันเหมือนกับกับสัตว์จำพวกกุ้งหรือปูชนิดอื่น หลังจากฟักเป็นตัวแล้วปูนาจะทำการลอกคราบประมาณ 13-15 ครั้ง ก็จะโตเป็นปูนาเต็มวัย สามารถได้ขนาดตามที่ท้องตลาดต้องการระยะเวลาก็จะอยู่ประมาณ 6-8 เดือนขึ้นไป

วิธีการสังเกตการลอกคราบของปูนา

  • ปูนาที่จะมีการลอกคราบให้เราสังเกตได้จากรอยต่อทางส่วนท้ายของกระดองจะกว้างมากกว่าปกติ เมื่อใกล้จะลอกคราบปูจะนิ่งและเหยียดขาออกไปทั้งสองข้าง จากนั้นรอยต่อทางส่วนท้ายของกระดองก็จะเปิดออก
  • ส่วนท้ายพร้อมกับขาเดินคู่สุดท้ายของปูนาจะออกมาก่อนส่วนอื่นๆ ขาคู่ถัดมาจะค่อยๆโผล่ออกมาตามลำดับส่วนก้ามคู่แรกจะโผล่ออกมาเป็นอันดับสุดท้าย ปูนาจะใช้ระยะเวลาในการลอกคราบโดยประมาณ 1 ชั่วโมง

การเลี้ยงปูนาก็จะมีเคล็ดลับหรือว่าวิธีการเลี้ยงคล้ายๆกันกับการเลี้ยงกุ้งฝอยหรือกุ้งก้ามแดง การดูแลการให้อาหารคล้ายๆกัน ถ้าท่านไหนมีพื้นที่ หรือว่าสนใจจะทำเป็นกิจกรรมวันว่างหรืองานอดิเรกก็ลองศึกษาและก็หาพ่อพันธ์ุแม่พันธ์ุหรือว่าลูกปูนามาเลี้ยงดู ราคาของปูนาก็เป็นที่น่าสนใจพอใช้ได้ ต้นทุนในการเลี้ยงก็ไม่สูงการดูแลก็ไม่ยุ่งยากหากแต่ว่าต้องให้ความใส่ใจเค้าหน่อยเท่านั้นเอง ไม่แน่นคับเผื่อลองเลี้ยงเป็นงานอดิเรกแล้วอาจติดใจในการสร้างรายได้เสริมกับการเลี้ยงปูนาหันมาทำเป็นอาชีพหลักก็เป็นอาชีพหนึ่งที่น่าสนใจทีเดียวครับ ก็หวังว่าบทความนี้คงเป็นประโยชน์ต่อผู้อ่านไม่มากก็น้อยนะครับ

Leave a comment

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *